By thepoetry4u
thepoetry4u.blogspot.com
ไม่มีใครในโลกนี้ไม่รู้จัก เดอะ ลีเทิลส์ (The Beatles) หรือ 4 เต่าทอง เจ้าของเพลงฮิตอมตะตลอดกาลมากมายจากเมืองลิเวอร์พูล ไม่มีใครไม่เคยฟังเพลงของพวกเขา แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า พวกเขายังเป็นผู้ให้กำเนิดบริษัท แอปเปิล เจ้าของไอโฟนและไอแพดที่โด่งดังในยุคนี้อีกด้วย
หลังจากมีคนพบศพของไบรอัน เอ็ปสไตน์ ผู้จัดการของวงเดอะ บีเทิลส์ ที่แฟลตของเขาเอง เนื่องจากการเสพยาเกินขนาด ทุกคนในวงต่างก็รู้ดีว่าถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะต้องจัดการเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจทั้งหมดด้วยตัวเอง พอลแมกคาร์ทนีย์ เป็นผู้รับหน้าที่นี้ไป เขาจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท แอปเปิลขึ้น โดยมีสมาชิกเอะ บีเทิลส์ทั้ง 4 คนเป็นหุ้นส่วน แต่เนื่องจากความยิ่งใหญ่ของวงทำให้บริษัทแอปเปิลต้องแตกไลน์ ขยายสาขาไปมากมายในเวลาเพียงไม่กี่ปี ก็เกิดบริษัทลูกในนาม แอปเปิล บูติก, แอปเปิล ฟิล์ม, แอปเปิล พับบลิชชิ่ง, แอปเปิล เรกคอร์ดส์, แอปเปิล อิเล็กทรอนิกส์, แอปเปิล คอมพิวเตอร์ และแอปเปิล รีเทล
แต่ก็เป็นไปตามคาด ศิลปินกับธุรกิจมักไปด้วยกันไม่ค่อยได้ หลังเดอะ บีเทิลส์วงแตก แอปเปิลก็ประสบปัญหาขาดทุนสะสม พอล แมกคาร์ทนีย์ลาออกจากการเป็นผู้จัดการ อัลเลน คลน์ก็เข้ามาทำหน้าที่แทน ช่วงเวลานั้นเองที่ 2 เด็กหนุ่มอัจฉริยะจากแคลิฟอร์เนียเข้ามามีบทบาทในแอปเปิลคอมพิวเตอร์ นั่นก็คือ สตีฟ จ๊อบส์ และสตีฟ วอชเนียก พวกเขาทั้งคู่ให้กำเนิดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ชื่อ แอปเปิล 2 กลายเป็นต้นกำเนิดแห่งตำนานผลิตภัณฑ์แอปเปิล อย่างไอโฟนในปัจจุบัน
The poetry for you.(The book and entertainment online at home. Enjoy reading,thank you.) เรื่องบันเทิงและสาระความรู้มากมาย อาทิเช่น เรื่องสามก๊ก บทกลอนและอีกมากมายพบกันได้ที่นี่ครับ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นานาเรื่องเล่า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นานาเรื่องเล่า แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ใส่หมวก จูบภรรยา นำไทยสู่มหาอำนาจ
By thepoetry4u
thepoetry4u.blogspot.com
ยุคหนึ่ง รัฐบาลไทยต้องการให้ประเทศชาติพัฒนาทัดเทียมมหาอำนาจ จึงรณรงค์ให้ประชาชนชาวไทยใช้ชีวิตเยี่ยงฝรั่ง ด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้
- ห้ามนุ่งโจงกระเบน ผู้ชายต้องใส่กางเกง ผู้หญิงต้องนุ่งกระโปรง
- ออกจากบ้านทุกครั้ง ทุกคนต้องใส่รองเท้าและสวมหมวก
- ห้ามเคี้ยวหมาก (มีการฟันต้นหมากทิ้งทั่วประเทศ)
- ชื่อของทุกคนต้องบ่งบอกเพศได้ เป็นที่มาว่าทำไมชื่อสมชาย จึงเป็นที่นิยมนัก
- ตัดความซับซ้อนของภาษาไทยออกไป สรรพนามทั้งหลายให้เหลือแค่ "ฉัน" กับ "ท่าน" เท่านั้น ท้ายประโยคก็ให้พูดว่า "จ๊ะ" แทน "ครับ" และ "ค่ะ" เพื่อความเป็นอารยะ เช่น ถ้าหนังเรื่องต้มยำกุง ถูกถ่ายทำในยุคนั้น จา พนม ก็ต้องพูดว่า "ช้างฉันอยู่ไหนจ๊ะ"
- ให้จูบภรรยาทุกครั้งก่อนไปทำงาน
- ควรกินก๋วยเตี๋ยว และให้ข้าราชการไทยขายก๋วนเตี๋ยว เพราะก๋วยเตี๋ยวนั้นมีรสอร่อย
thepoetry4u.blogspot.com
ยุคหนึ่ง รัฐบาลไทยต้องการให้ประเทศชาติพัฒนาทัดเทียมมหาอำนาจ จึงรณรงค์ให้ประชาชนชาวไทยใช้ชีวิตเยี่ยงฝรั่ง ด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้
- ห้ามนุ่งโจงกระเบน ผู้ชายต้องใส่กางเกง ผู้หญิงต้องนุ่งกระโปรง
- ออกจากบ้านทุกครั้ง ทุกคนต้องใส่รองเท้าและสวมหมวก
- ห้ามเคี้ยวหมาก (มีการฟันต้นหมากทิ้งทั่วประเทศ)
- ชื่อของทุกคนต้องบ่งบอกเพศได้ เป็นที่มาว่าทำไมชื่อสมชาย จึงเป็นที่นิยมนัก
- ตัดความซับซ้อนของภาษาไทยออกไป สรรพนามทั้งหลายให้เหลือแค่ "ฉัน" กับ "ท่าน" เท่านั้น ท้ายประโยคก็ให้พูดว่า "จ๊ะ" แทน "ครับ" และ "ค่ะ" เพื่อความเป็นอารยะ เช่น ถ้าหนังเรื่องต้มยำกุง ถูกถ่ายทำในยุคนั้น จา พนม ก็ต้องพูดว่า "ช้างฉันอยู่ไหนจ๊ะ"
- ให้จูบภรรยาทุกครั้งก่อนไปทำงาน
- ควรกินก๋วยเตี๋ยว และให้ข้าราชการไทยขายก๋วนเตี๋ยว เพราะก๋วยเตี๋ยวนั้นมีรสอร่อย
เทพนิยายต้นฉบับ
By thepoetry4u
thepoetry4u.blogspot.com
เชื่อหรือไม่ว่าต้นฉบับเทพนิยายเด็กน้อยที่เราเคยอ่านไม่ได้จบลงสวยงามมีความสุขอย่างที่เราคิด ต่อไปนี้คือเรื่องเล่าย่อๆ พอหวาดเสียวจากต้นฉบับเทพนิยายของจริง
เจ้าหญิงนิทรา - เรื่องของเจ้าหญิงที่ถูกเข็มปั่นด้ายปักเข้าที่นิ้วจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา (ไม่รู้ปักเอาท่าไหน) วันหนึ่งมีเจ้าชายผ่านมาเห็นเข้า จึงทำการ xxxx เจ้าหญิงจนตั้งท้องและคลอดเด็กแฝดออกมาคู่หนึ่ง เด็กคู่นี้หิวนม จึงตรงเข้าไปดูดนิ้วเจ้าหญิง ทำให้เข็มที่ปักนิ้วหลุด แล้วเจ้าหญิงก็ฟื้นขึ้นมา
หนูน้อยหมวกแดง - หนูน้อยคนนี้ไปเยี่ยมคุณยายที่กำลังป่วย แต่พอเปิดประตูเข้าไปก็พบคุณยายกลายเป็นอาหารของหมาป่าไปแล้ว แต่หมาป่าก็ไม่ได้แกล้งปลอมตัวเป็นคุณยายหรอกนะ มันกระโดเข้างับหนูน้อยหมวกแดงเลือดสาด เคี้ยวหมับๆ เป็นของหวานตบท้าย เรื่องจบลงแค่นี้ ไม่มีนายพรานมาช่วยหรอก...
thepoetry4u.blogspot.com
เชื่อหรือไม่ว่าต้นฉบับเทพนิยายเด็กน้อยที่เราเคยอ่านไม่ได้จบลงสวยงามมีความสุขอย่างที่เราคิด ต่อไปนี้คือเรื่องเล่าย่อๆ พอหวาดเสียวจากต้นฉบับเทพนิยายของจริง
เจ้าหญิงนิทรา - เรื่องของเจ้าหญิงที่ถูกเข็มปั่นด้ายปักเข้าที่นิ้วจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา (ไม่รู้ปักเอาท่าไหน) วันหนึ่งมีเจ้าชายผ่านมาเห็นเข้า จึงทำการ xxxx เจ้าหญิงจนตั้งท้องและคลอดเด็กแฝดออกมาคู่หนึ่ง เด็กคู่นี้หิวนม จึงตรงเข้าไปดูดนิ้วเจ้าหญิง ทำให้เข็มที่ปักนิ้วหลุด แล้วเจ้าหญิงก็ฟื้นขึ้นมา
หนูน้อยหมวกแดง - หนูน้อยคนนี้ไปเยี่ยมคุณยายที่กำลังป่วย แต่พอเปิดประตูเข้าไปก็พบคุณยายกลายเป็นอาหารของหมาป่าไปแล้ว แต่หมาป่าก็ไม่ได้แกล้งปลอมตัวเป็นคุณยายหรอกนะ มันกระโดเข้างับหนูน้อยหมวกแดงเลือดสาด เคี้ยวหมับๆ เป็นของหวานตบท้าย เรื่องจบลงแค่นี้ ไม่มีนายพรานมาช่วยหรอก...
ระเบิดปรมาณู เกือบไม่ใช่นางาซากิ
By thepoetry4u
thepoetry4u.blogspot.com
เช้าวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1945 ชาวเมืองโคคุระรู้สึกได้ถึงลางร้ายที่กำลังมาเยือน เงาเมฆดำทะมึนปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง เมื่อ 3 วันก่อน เมืองฮิโรชิมาเพิ่งถูกทำลายราบเป็นหน้ากลองจากระเบิดปรมาณูลูกแรกของโลก แต่ทว่าญี่ปุ่นยังไม่ประกาศยอมแพ้สงคราม เป้าหมายต่อไปของระเบิดปิศาจลูกที่ 2 ย่อมหนีไม่พ้นเมืองโคคุระ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาวุธสงครามของกองทัพญี่ปุ่นอย่างแน่นอน
thepoetry4u.blogspot.com
เช้าวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1945 ชาวเมืองโคคุระรู้สึกได้ถึงลางร้ายที่กำลังมาเยือน เงาเมฆดำทะมึนปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง เมื่อ 3 วันก่อน เมืองฮิโรชิมาเพิ่งถูกทำลายราบเป็นหน้ากลองจากระเบิดปรมาณูลูกแรกของโลก แต่ทว่าญี่ปุ่นยังไม่ประกาศยอมแพ้สงคราม เป้าหมายต่อไปของระเบิดปิศาจลูกที่ 2 ย่อมหนีไม่พ้นเมืองโคคุระ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาวุธสงครามของกองทัพญี่ปุ่นอย่างแน่นอน
ที่มาของแกงการู
By thepoetry4u
thepoetry4u.blogspot.com
สมัยที่กัปตันเจมส์ คุก และนักธรรมชาติวิทยา เซอร์ โจเซฟ แบงกส์ เดินทางไปสำรวจกินแดนออสเตรเลียที่เพิ่งถูกค้นพบใหม่ (ในทรรศนะของชาวตะวันตก) พวกเขาเหลือบไปเห็นสัตว์ประหลาดที่มีกระเป๋าหน้าท้อง กระโดดโหยงเหยงไปมา ด้วยความประหลาดใจ จึงสะกิดถามชาวพื้นเมืองด้วยความใคร่รู้ว่า มันคือตัวอะไร ชาวอะบอริจินพื้นเมืองก็หันมาตอบทันใดว่า "แกงการู" นับแต่นั้นมา แกงการู (หรือที่คนไทยเรียกว่าจิงโจ้) ก็กลายเป็นที่รู้จักของชาวตะวันตกและชาวโลก
แต่รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว คำว่า "แกงการู" เป็นภาษาของชาวอะบอริจิน แปลว่า "พูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ" ชาวอะบอริจินฟังภาษาอังกฤษไม่ออกนั่นเอง
thepoetry4u.blogspot.com
สมัยที่กัปตันเจมส์ คุก และนักธรรมชาติวิทยา เซอร์ โจเซฟ แบงกส์ เดินทางไปสำรวจกินแดนออสเตรเลียที่เพิ่งถูกค้นพบใหม่ (ในทรรศนะของชาวตะวันตก) พวกเขาเหลือบไปเห็นสัตว์ประหลาดที่มีกระเป๋าหน้าท้อง กระโดดโหยงเหยงไปมา ด้วยความประหลาดใจ จึงสะกิดถามชาวพื้นเมืองด้วยความใคร่รู้ว่า มันคือตัวอะไร ชาวอะบอริจินพื้นเมืองก็หันมาตอบทันใดว่า "แกงการู" นับแต่นั้นมา แกงการู (หรือที่คนไทยเรียกว่าจิงโจ้) ก็กลายเป็นที่รู้จักของชาวตะวันตกและชาวโลก
แต่รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว คำว่า "แกงการู" เป็นภาษาของชาวอะบอริจิน แปลว่า "พูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ" ชาวอะบอริจินฟังภาษาอังกฤษไม่ออกนั่นเอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)